tel.png

+66 2098 3000
+66 2098 3035
+668 1833 4242

E : kornkamol@trisrating.com

ที่มาของทริสเรทติ้ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (ทริสเรทติ้ง) มีประสบการณ์ในการจัดอันดับเครดิตมากกว่า 20 ปีนับตั้งแต่ปี 2536 เมื่อครั้งที่บริการจัดอันดับเครดิตยังเป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด (ทริส) สถาบันจัดอันดับเครดิตแห่งแรกของประเทศไทยซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส) ทั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อปี 2545 งานด้านการจัดอันดับเครดิตทั้งหมดได้แยกออกไปอยู่ภายใต้การบริหารงานของทริสเรทติ้งซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบบริการจัดอันดับเครดิตโดยเฉพาะ โดยมีทริสเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท

ทริสเรทติ้งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่วันก่อตั้ง ความยึดมั่นในค่านิยมองค์กรที่เน้นความเป็นอิสระและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการจัดอันดับเครดิตอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลให้ทริสเรทติ้งเป็นที่ยอมรับในตลาดตราสารหนี้ไทยในฐานะเป็นสถาบันจัดอันดับเครดิตอิสระชั้นนำที่มีมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในระดับสูง การให้บริการจัดอันดับเครดิตที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูงทำให้ทริสเรทติ้งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของตลาดตราสารหนี้ในประเทศทั้งในส่วนของจำนวนผู้ออกตราสารหนี้และนักลงทุน โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงสิ้นปี 2559 ทริสเรทติ้งได้ให้บริการจัดอันดับเครดิตแก่หน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 400 แห่งซึ่งรวมถึงผู้ออกตราสารหนี้จากต่างประเทศ และรวมมูลค่าตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตไปแล้วมากกว่า 3 ล้านล้านบาท

พัฒนาการของทริสเรทติ้งในฐานะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของตลาดตราสารหนี้ไทยได้ยกระดับครั้งสำคัญในเดือนมิถุนายน 2559 เมื่อ S&P Global Ratings สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก ได้ซื้อหุ้นสามัญของทริสเรทติ้งจากทริสซึ่งเป็นบริษัทแม่ในสัดส่วน 49% ของหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ธุรกรรมในครั้งนี้เป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างทริสเรทติ้งและ S&P Global Ratings ซึ่งมีมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2536 โดยในช่วงเริ่มแรกของการก่อตั้งเมื่อครั้งที่ยังเป็นทริสนั้น ทาง S&P Global Ratings ได้ให้ความช่วยเหลือด้านวิทยาการการจัดอันดับเครดิตแก่ทริส  การเป็นหุ้นส่วนกับ S&P Global Ratings ในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทริสเรทติ้งในการพัฒนาบริการจัดอันดับเครดิตให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นและยังจะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการจัดอันดับเครดิตเพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย